ช่ า ง ขุ ด

โดย โอสธี

“อันตราย เขตก่อสร้าง”

ผมเผลออ่านป้ายนั้นอีกแล้ว
ตามนิสัยรักการอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า
ทั้งที่ผมต้องเห็นมันทุกครั้งเมื่อมองออกนอกบ้าน
และผมก็เกลียดมันมากเสียด้วย

คนงานต่างทำงานอย่างไม่รีบร้อน เสียงเครื่องจักรดังๆ หยุดๆ เป็นพักๆ
พวกเขาไม่รู้หรอกว่างานของพวกเขาทำอันตรายต่องานของผมขนาดไหน
ผมกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ พยายามแก้ไขต้นฉบับรวมเรื่องสั้นของตัวเองให้สำเร็จ
เพราะมีสำนักพิมพ์รอรวมเล่มอยู่นานแล้ว
แต่มันก็ยังชักช้าและต้องหยุดชะงักลงอย่างมีสาเหตุ

บ้านผมเป็นตึกแถวติดถนนสายหนึ่งซึ่งซ่อมแซมบ่อยที่สุดในประเทศไทย
เมื่อเดือนก่อนรถบรรทุกคันใหญ่แล่นมาจอดหน้าบ้าน
บนรถมีเครื่องปั่นไฟสีเหลืองเขรอะสนิม
อุปกรณ์ขุดเจาะเกรอะดิน ป้ายไม้สีแดงที่เขียนคำเตือนต่างๆ นานาเอาไว้
และที่ขาดไม่ได้คือคนงานก่อสร้างสวมเสื้อผ้ามิดชิด มีผ้าขาวม้าพันคอหรือปิดหน้า
บางคนดูเป็นมืออาชีพด้วยหมวกนิรภัยสีเหลืองซึ่งมีร่องรอยผ่านสมรภูมิอย่างโชกโชน
 
พวกเขาจัดการตั้งป้ายประกาศอาณาเขตของตน
ก่อนจะชำแหละถนนคอนกรีตที่เพิ่งซ่อมเสร็จยังไม่ถึงหกเดือน
เสียงเครื่องจักรคำรามตั้งแต่เช้าจรดเย็น
บางครั้งต่อเนื่องถึงค่ำคืน มันอาจไม่รบกวนประชาชนส่วนใหญ่ที่ทำงานนอกบ้าน
แต่สำหรับคนที่ใช้บ้านเป็นสำนักงานอย่างผม เสียงเหล่านั้นชวนให้เสียสติได้อย่างง่ายดาย
ผมเคยเปลี่ยนไปทำงานกลางคืนแล้วพักผ่อนตอนกลางวัน
แต่เสียงขุดเจาะก็ชอนไชเข้าไปในความฝันจนนอนหลับไม่สนิท
พาลให้สุขภาพจิตทรุดโทรมลงหนักกว่าเดิม

“จะขุดหาอะไรกันวะ”
“ทำไมไม่สร้างให้ดีตั้งแรก จะได้ไม่ต้องมาซ่อม”
“มันจะโกงกินกันไปกี่ชั่วอายุคน ถึงได้ซ่อมๆ สร้างๆ ไม่เลิกอย่างนี้”

คำถามที่ไร้คำตอบโวยวายขึ้นในหัวทุกครั้งที่เสียงเครื่องจักรทำงาน
บางครั้งผมก็เผลอพิมพ์ลงไปในต้นฉบับอย่างลืมตัว

ถ้าผมมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสักเครื่อง ผมคงหอบหิ้วต้นฉบับไปทำงานที่อื่นแล้ว
แต่ผมมีเพียงคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องเก่า
ผมจึงได้แต่คอยชะโงกหน้ามองมหกรรมปู้ยี่ปู้ยำถนนหน้าบ้าน
เพื่อติดตามความคืบหน้า แต่ดูเหมือนงานก่อสร้างยังห่างไกลจากตอนจบ
พอผิวถนนถูกลอกจนถึงเนื้อดิน รถแบ็กโฮก็ปรากฏกายขึ้น มันสูงใหญ่ราวไดโนเสาร์
แผดเสียงดังสนั่นเหมือนไม่เคยถูกหยอดน้ำมันหล่อลื่นมานับล้านปี

แล้ววันนี้การขุดเจาะก็ไม่ได้รบกวนด้วยคลื่นเสียงเพียงอย่างเดียว
แขนกลของรถแบ็กโฮพาดเกี่ยวกับสายไฟฟ้าหน้าบ้าน พาให้ไฟดับตลอดแนวถนน

ผมไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากยกเก้าอี้ไปนั่งรับลมที่หน้าบ้าน อ่านป้ายคำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เฝ้ามองมนุษย์ผ้าขาวม้าและไดโนเสาร์ต่อสู้กับผืนแผ่นดินอย่างเอาเป็นเอาตาย
พวกเขาขุดลงไปลึกมาก เมื่อมีคนปีนบันไดลงไปในหลุม ผมไม่สามรถมองเห็นศีรษะของพวกเขาได้เลย

เครื่องจักรยังคงบรรเลงบทเพลงเดิมเช่นทุกวัน
แต่เมื่อผมไม่ต้องเพ่งสมาธิกับงาน เสียงเหล่านั้นก็ไม่กวนใจกันเกินไปนัก
พอสมองได้พักความคิดก็ใสกระจ่างขึ้น
ผมเริ่มรู้สึกว่าพวกเขาต่างหากที่น่าสงสารยิ่งกว่าผม
เพราะงานของพวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงเสียงอึกทึกได้เลย
ผมอยากรู้ว่าพวกเขาทนมันได้อย่างไรถ้าหูไม่ตึงไปเสียก่อน

ผมเฝ้ามองบรรดาช่างขุดทำงานอย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลา
กระทั่งตึกแถวห้องข้างๆ เริ่มเปิดไฟรับความมืด ผมถึงได้รู้ว่าไฟฟ้าใช้ได้แล้ว
แต่ขณะที่ผมจะกลับเข้าบ้านไปทำงานต่อ ก็มีเสียงดังขึ้นจากใต้พื้นถนน

“เจอแล้วโว้ย เจอแล้ว”

คนงานทุกคนหยุดมือจากงานที่ทำอยู่แล้ววิ่งกรูไปยังปากหลุม
คนขับรถแบ็กโฮก็กระโดดลงจากรถอย่างเร่งร้อน
เขาล้มก้นกระแทกพื้น แต่ก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปสมทบกับคนอื่นๆ

ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ผมไม่ใส่ใจคำเตือนบนแผ่นป้าย
ผมปืนข้ามราวกั้นเข้าไปในโลกที่กำลังก่อสร้าง
เดินตรงไปยังปากหลุมที่ทุกคนกำลังรุมล้อมกันอยู่
ไม่มีใครสนใจผมเลย พวกเขาต่างจับจ้องลงไปเบื้องล่าง
แสงจากดวงไฟนับสิบดวงทำให้ก้นหลุมดูเจิดจ้าราวกับเวทีคอนเสิร์ต

เมื่อมองลงไปผมก็เข้าใจในทันทีว่าทำไมถนนเส้นนี้ถึงถูกขุดเจาะหลายครั้ง
และน่าจะเป็นเหตุผลที่เมืองนี้ไม่เคยร้างงานขุดตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

คนงานที่ก้นหลุมกำลังชูมือขึ้นสู่ฟ้า
ในมือของเขามีทองคำแท่งและอัญมณีเปล่งประกาย
ผมคิดว่าใต้รองเท้ายางของเขายังมีฝังไว้อีกมาก
มันอาจจะมากพอทำให้ประเทศเราเป็นมหาเศรษฐีได้เลยล่ะ.

Advertisements

2 responses to “ช่ า ง ขุ ด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: