กินบุญเก่า

แม้ปีก่อนจะบล็อกน้อยไปสักนิด
แต่ด้วยผลบล็อก (อ่านว่า ผน-ละ-บล็อก มาจากคำว่า ผลบุญ + บล็อก) เก่าๆ
ก็ทำให้บทสรุปในปี 2553 ไม่ย่ำแย่เกินไป

ถ้าคุณเข้ามาเพื่อหาข้อมูล The Last Lecture ฉบับภาษาไทย ผมยังคงยืนยันว่าเป็นหนังสือดีที่ไม่ควรพลาด

ส่วนคนที่อยากไปเที่ยวมาเลเซีย ผมคิดว่าข้อมูลของผมเก่าไปซะแล้ว ถ้าได้ไปซ้ำจะกลับมาอัพเดทใหม่

และสุดท้ายนี้ ขอสวัสดีปีใหม่ผู้แวะมาอ่านทุกคนนะครับ

ส่วนด้านล่างเป็นผลวิจัยจาก wordpress ครับ

v
v
V

The stats helper monkeys at WordPress.com mulled over how this blog did in 2010, and here’s a high level summary of its overall blog health:

Healthy blog!

The Blog-Health-o-Meter™ reads This blog is doing awesome!.

Crunchy numbers

Featured image

A Boeing 747-400 passenger jet can hold 416 passengers. This blog was viewed about 1,700 times in 2010. That’s about 4 full 747s.

In 2010, there were 3 new posts, growing the total archive of this blog to 39 posts. There were 4 pictures uploaded, taking up a total of 211kb.

The busiest day of the year was January 25th with 76 views. The most popular post that day was บทเรียนจาก The Last Lecture.

Where did they come from?

The top referring sites in 2010 were selfcircled.wordpress.com, talkaboutwalkabout.wordpress.com, facebook.com, bloggang.com, and google.co.th.

Some visitors came searching, mostly for the last lecture ภาษาไทย, กิตติพล สรัคคานนท์, เที่ยวมาเลเซียแบบประหยัด, and beck.

Attractions in 2010

These are the posts and pages that got the most views in 2010.

1

บทเรียนจาก The Last Lecture May 2009
3 comments

2

ทัวร์ชั้นประหยัด (เวลา) ที่มาเลเซีย VI February 2009
2 comments

3

ทัวร์ชั้นประหยัด (เวลา) ที่มาเลเซีย I November 2008
3 comments

4

จบแล้ว May 2009
3 comments

5

ทัวร์ชั้นประหยัด (เวลา) ที่มาเลเซีย IV January 2009
2 comments


กรรมสนอง

หลังจากไม่ได้อัพบล็อกตัวเองมานาน

กรรมก็ตามสนองจนได้

เพราะตอนนี้จำเป็นต้องอัพบล็อกให้ชาวบ้านนับสิบๆ บล็อก

(เป็นงานของออฟฟิศน่ะครับ)

ไม่รู้ว่าพออัพบล็อกให้ชาวบ้านเสร็จแล้ว

จะเกิดมีไฟอยากอัพบล็อกตัวเองบ้าง

หรือว่าจะหมดไฟอยากอัพบล็อกไปเลย

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร

ก็ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเวียนมาอ่านบล็อกที่นิ่งสนิทบล็อกนี้นะครับ

ป.ล. ถึงไม่ค่อยอัพบล็อก แต่ตอนนี้ก็ปรับตัวเข้าใส่ social network เต็มที่

ติดตามความเคลื่อนไหวและไม่ค่อยเคลื่อนไหวของ โอสธี ได้ที่ @osatee

หรือที่ page ของ โอสธี ใน facebook ก็ได้เช่นกันครับ


ฟังด้วยหู ดูด้วยตา

1.

หนึ่งในสิ่งที่เสียดายที่สุดในชีวิตคือ

สมัยที่เป็นทีมงานทำเว็บไซต์ของทรู

ทำไมเราไม่คิดสร้างเว็บไซต์อย่าง youtube ขึ้นมาฟะ

ทั้งที่คอนเซ็ปต์มันง่ายมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เลย >_<

2.

ทุกวันนี้ได้ฟังเพลงใหม่ๆ ที่น่าสนใจจากทาง youtube บ่อยกว่าช่องทางอื่น

วิธีการหาเพลงที่ใช้ได้ผลเป็นดังนี้

ขั้นแรก เข้าเว็บ amazon.com หรือ .co.uk  เลือกดูรายชื่ออัลบั้มออกใหม่

ขั้นที่สอง คลิกไปที่อัลบั้มปกสวยๆ ศิลปินที่ชอบ หรือศิลปินที่รู้สึกคุ้นๆ ว่าแฟนชอบ

ขั้นที่สาม ก็อปปีชื่อศิลปิน และชื่อเพลงที่สะดุดหูสะดุดตา (จาก track listings) มาใส่ในเสิร์ชบ็อกซ์ของ youtube

และนี่คือตัวอย่างเพลงใหม่ๆ ที่น่าสนใจ จากวิธีการนี้ (บางเพลงอาจไม่ใหม่ เพราะใช้ amazon.com ซึ่งล้าหลังกว่าทางอังกฤษ)

Laura Viers – July Flame (สาเหตุที่ฟัง: ปกสวย)

Vampire Weekend – White Sky (สาเหตุที่ฟัง: วงโปรดของแฟน)

OK Go – WTF (สาเหตุที่ฟัง: วงโปรดของแฟน + คาดว่าแฟนจะชอบชื่อเพลงด้วย ;p)

Owen Pallet – Keep The Dog Quiet (สาเหตุที่ฟัง: ปกสวย + ชอบชื่อเพลง)

Massive Attack – Saturday Come Slow (สาเหตุที่ฟัง: MA ชุดใหม่ ไม่ฟังได้ยังไงล่ะ)

ป.ล. วิธีนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ถ้าอยากลองดูบ้างก็เชิญได้ตามสบายครับ


ปีเสือจ้องแพะ

ถึงจะเข้าปีเสือ

แต่เชื่อว่าหนังเรื่องแรกที่ดูในปีนี้ จะเป็นหนังแพะ

แบ๊ะๆๆๆ :p


ฟ้าไม่ฟ้า

ถ้าท้องฟ้ามีแค่สีฟ้าสีเดียว
เวลาถ่ายรูปคงจะน่าเบื่อน่าดู

sky01

sky02

sky03

sky04

sky05

sky06

sky07

sky08

sky09

sky10

sky11

ขอบคุณบริษัทสยามเมนทิสที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ถ่ายภาพ ;p


ขอโทษ ขอบคุณ และ หายสงสัย

1.
ขอโทษคนที่ติดตามบล็อกนี้ทุกท่านครับ
(จะยังมีเหลือไหมเนี่ย หายไปนานขนาดนี้ ^^”)
อันที่จริงก็ไม่ได้หายตัวไปไหน
วนเวียนอยู่แถวๆ เมืองทอง สาทร และสถานีรถไฟฟ้ามหานครนั่นแหละ
(แต่ยังไม่ได้ไปวนเวียนแถวๆ รถไฟฟ้ามาหานะเธอนะครับ)
คาดว่าในอนาคตจะกลับมาเขียนบล็อกบ่อยขึ้น
เพราะกลับมาทำงานประจำแล้ว (ครั้งแรกในรอบ 3 ปี)
มีอินเตอร์เน็ตให้ใช้ทั้งวัน และได้เจออะไรแปลกใหม่พอสมควร
ที่ขาดอยู่ก็คือเวลาอัพบล็อกนี่แหละ
แต่จะพยายามหาเวลาให้ได้ครับ

2.
เมื่อวันก่อนไปพูดที่งานสัปดาห์หนังสือระดับชาติ
ตอนแรกคิดว่าจะมีแต่ผู้ฟังที่มานั่งพักเหนื่อยอยู่แถวๆ เวที
แต่ที่ไหนได้คนนั่งฟังกันแน่น
แน่นจนน่ากลัวว่าจะขึ้นไปพูดผิดเวที
เลยหันไปถามผู้จัดว่าคนฟังเขามาทำอะไรกันหรือ
ก็ได้รับคำตอบว่า คิวพูดคุยบนเวทีต่อจากผมคือ… (เสียงดนตรีตื่นเต้นกระหึ่มขึ้น)

aum

ขอบคุณอั้มมากครับ แม้ผู้ฟังจะไม่ได้ตั้งใจมาฟังผม
แต่ก็คงได้ยินคำว่า 1CM, 1CM, 1CM เข้าหูไปบ้างล่ะ

3.
เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าร้าน Someday ที่แฟนสาวชอบไปอร่อยจริงรึเปล่า
เพราะกว่าจะฝ่ารถติดไปถึงร้านท้องก็เริ่มร้องแล้ว
แถมทางร้านยังทำอาหารนานมาก เหมือนอยากจะทรมานลูกค้า
เลยไม่แน่ใจว่าที่กินแล้วอร่อย มันเป็นเพราะความหิวหรือเปล่า

แต่ล่าสุดไป Someday ในวันคนน้อย และได้อาหารเร็ว
ก็พบว่า มันก็อร่อยเหมือนเดิมนี่นา
ตอนนี้เลยหายสงสัยแล้วครับ
สปาฯเบค่อน – สปาฯมีตบอลล์ – ผักโขมอบชีส ที่ร้านนี้อร่อยจริง

Image044

ขอบคุณช่างภาพคนเก่งที่เอื้อเฟื้อภาพด้วยนะครับ ^^


ถูกและดี

เรื่องราวต่อไปนี้อาจจะมีประโยชน์สำหรับคนชอบอ่านหนังสือครับ

1.
วันก่อนมุดลงไปใต้ดินที่สถานี MRT จตุจักรเพื่อจะเข้าห้องน้ำ
(เผื่อคนยังไม่รู้ มีห้องน้ำให้เข้าฟรีอยู่ตรงทางออกที่ 1 ครับ)
ระหว่างเดินผ่านย่าน Blue Outlet ที่ขายสินค้าราคาประหยัด
ก็พบกับร้านของสำนักพิมพ์มติชน
สะดุดตากับป้าย “30 บาท” ที่แปะไว้
พอกวาดตาไปมองหนังสือลดราคากองนั้น ก็พบว่ามีเล่มดีๆ ที่น่าสนใจอยู่นี่นา
แต่ฉับพลัน สายตาก็เหลือบไปเห็นกองหนังสือ 50 บาท ด้านใน
แล้วก็ได้พบกับ…
เขียนนิยายให้ขายดี (On Writing ของ Stephen King – นพดล เวชสวัสดิ์ แปล)
จาก 195 บาท เหลือ 50 บาท (ลด 70 กว่าเปอร์เซ็นต์!!!)
แดนฝันปลายขอบฟ้า (หนังสือเล่มหนาของมูราคามิ – นพดล เวชสวัสดิ์ แปล)
จาก 300 บาท เหลือ 50 บาท (ลดเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์!!!)
จัดการคว้าไปจ่ายตังค์ พร้อมกับหนังสือ 30 บาทอีกสองเล่ม
สรุปว่าได้หนังสือ 4 เล่มสำหรับตัวเอง และแฟนคลับมูราคามิ
ด้วยราคาเพียงราคา 160 บาทเท่านั้น
ใครสนใจหนังสือถูกแวะเวียนไปชมกันได้ มีหลากหลายแนวครับ
ทั้งนิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมเยาชน สารคดี และฮาวทู
ผมเองก็คงจะแวะไปดูบ่อยๆ เช่นกัน

2.
วันเดียวกัน ก็แวะไปสมัครห้องสมุดสวนลุมพินีสักที
(เดินเข้าประตูตรงพระบรมรูปแล้วตรงไป ห้องสมุดจะอยู่ทางขวามือครับ)
เสียค่าสมาชิก 10 บาท ค่าประกันหนังสือ 40 บาทต่อปี
ยืมหนังสือได้ครั้งละ 2 เล่ม ต้องคืนใน 7 วัน
ถ้าเกินกำหนด เสียค่าปรับวันละ 1 บาทครับ
ส่วนหนังสือก็มีให้อ่านพอประมาณ ไม่ขาดทุนเงินค่าสมัครที่เสียไปแน่ๆ
ผมเองก็เล็งๆ หนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่หลายเล่มเอาไว้แล้ว
ถ้าชอบอ่านหนังสือ และต้องผ่านแถวนั้นบ่อยๆ ก็ลองไปสำรวจกันดูได้ครับ

ถ้าใครรู้สึกว่าการอัพบล็อกคราวนี้จืดชืดไปซักหน่อย ก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ ;p