ผมได้ยินชื่อหนังสือ The Last Lecture มานานแล้ว
และก็แอบสนใจด้วย
แต่ที่รออยู่นานกว่าจะยอมอ่าน เป็นเพราะสาเหตุสองประการครับ
เหตุผลแรก
ผมรู้สึกว่ามันเจ๋งขนาดนั้นจริงๆ เหรอ
ในโลกนี้มีคนตายทุกนาที
ในแต่ละวันคงมีหลายคนที่พร้อมเผชิญหน้าความตายอย่างสง่างาม
เพราะฉะนั้น การที่ศาสตราจารย์แรนดี เพาซ์ผู้ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
จะออกมาถ่ายทอดความรู้ของเขาทิ้งไว้ก่อนตาย
จึงไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นเหมือนที่สื่อหลายแห่งประโคมข่าวเลยสักนิด
(ดูเหมือนการจัดฉากเพื่อเตรียมไว้สร้างหนังฮอลลีวูดเสียด้วยซ้ำ)
อย่างที่สอง
ผมคิดว่าผมคงไม่ใช่คนไทยคนเดียวที่หมั่นไส้คุณหนูดี – วนิษา เรซ
(อธิบายเหตุผลที่หมั่นไส้ไม่ถูกเหมือนกัน แต่เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจ)
และคุณหนูดีก็เป็นผู้แปล The Last Lecture ฉบับภาษาไทย
เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้จึงอยู่ในรายชื่อท้ายๆ ที่ผมจะอ่าน
แม้ผมจะยืมเพื่อนมาพักใหญ่แล้วก็ตาม
แล้ววันหนึ่งผมก็อยากได้หนังสืออ่านฆ่าเวลาซักเล่ม
สำหรับอ่านอย่างไม่ประติดประต่อยามนั่งรถเมล์ เข้าห้องน้ำ และก่อนนอน
ผมจึงเลือก The Last Lecture
ซึ่งเป็นหนังสือที่ผมให้ความสำคัญน้อยที่สุดบนชั้นหนังสือ
แต่ปรากฎว่าอ่านแล้ววางไม่ลงครับ
ถึงไม่ได้อ่านรวดเดียวจบ แต่ก็ใช้เวลาน้อยกว่าที่วางแผนไว้เยอะเลย
สิ่งที่ผมเพิ่งรู้ก็คือ
หนังสือเล่มนี้พูดถึงการใช้ชีวิตครับ
แม้ส่วนใหญ่จะเป็นข้อคิดที่เราคุ้นเคยจนรู้สึกเฝือ
แต่ส่วนผสมของนักฝันและนักวิชาการในตัวแรนดี เพาซ์
ช่วยให้คำสอนเชยๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้คุ้มค่ามีสีสันน่าอ่าน
และอาการป่วยของเขาก็ช่วยตอกย้ำเนื้อหาให้หนักแน่นยิ่งขึ้น
(ถ้าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนโดยคนที่ชีวิตกำลังนับถอยหลัง
อาจไม่มีพลังโน้มน้าวใจมากขนาดนี้ แต่ก็คงจะอ่านสนุกอยูดีครับ)
และอีกสิ่งที่ผมเพิ่งรู้ก็คือ
คุณหนูดีแปลหนังสือได้ดีกว่านักแปลอาชีพหลายคนเสียอีก
สรุปว่า The Last Lecture เป็นหนังสือน่าอ่านอีกเล่ม
มีแง่คิดเกี่ยวกับชีวิตให้เก็บเกี่ยวทุกบท
และสำหรับผมยังได้บทเรียนที่แรนดี เพาซ์ไม่ได้สอนด้วย
นั่นคือ…
ควรอ่านก่อนแล้วค่อยตัดสินครับ.

The Last Lecture
เขียน: แรนดี เพาซ์ และ เจฟฟรีย์ ซาสโลว์
แปล: วนิษา เรซ
สำนักพิมพ์อมรินทร์ How To
(ภาพจาก www.amarinpocketbook.com)
พฤษภาคม 18th, 2009 at 8:52 am
เป็นคนขยันเรียนนะเนี่ย หาบทเรียนได้จากทุกอย่างเลย
โตขึ้นจะเป็นคนเก่ง ดี มีความสุข
พฤษภาคม 19th, 2009 at 6:17 pm
don’t judge a book by its cover สินะ…
กรกฎาคม 20th, 2009 at 8:04 am
ทำไมไม่ชอบคุณ หนูดีล่ะค่ะ
มกราคม 2nd, 2011 at 1:37 pm
[...] The busiest day of the year was January 25th with 76 views. The most popular post that day was บทเรียนจาก The Last Lecture. [...]